[CR] แชร์ประสบการณ์เสริมจมูกครั้งแรกค่ะ

ทําดั้ง สวัสดีค่ะ จขกท.เป็นมือใหม่พันทิปนะคะ ล็อกอินก็ยังไม่มีเลยเพราะปกติอ่านอย่างเดียว วันนี้ขอยืมล็อคอินพี่ที่รู้จักกันเพราะอยากเล่าประสบการณ์การทำจมูกครั้งแรก เผื่ออาจจะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆท่านใดกำลังตัดสินใจอยู่ค่ะ

การตัดสินใจทำจมูกครั้งแรกนี้เกิดขึ้นด้วยความไม่ได้ตั้งใจร้อยเปอร์เซนต์ คือเราเป็นคนที่พอใจกับหนังหน้าตัวเองประมาณ 80% น่ะค่ะ และกลัวการศัลยกรรมเป็นที่สุด เพราะเกรงว่าถ้ามีปัญหาหน้าแหกไปมันคงไม่คุ้มกัน

ทําดั้ง

ส่วนเรื่องการทำจมูก ทําดั้ง ส่วนตัวก็ไม่ได้ถือว่าดั้งแมบอะไรมากมาย ก็มีในระดับนึง แต่ก็อ่ะนะ มันไม่ได้สวยงามเป็นสันเหมือนดารา เวลาถ่ายรูปบางมุมมันก็แบนๆอ่ะ บางครั้งก็รู้สึกรำคาญจมูกตัวเองว่ามันเป็นจุดเดียวที่ทำให้หน้าไม่สวยเลย ถ้ามันโด่งกว่านี้ซักนิดคงดี แต่ก็อ่ะนะ ความกลัวมีมากกว่าความอยากสวย เลยไม่กล้าทำ ได้แต่จดๆจ้องๆมาหลายปี

อยู่มาวันนึง เราก็ได้อ่านรีวิวต่างๆ ทั้งในพันทิปและเวปดั้งโด่ง ยอมรับว่ากิเลสเกิดมากๆ เพราะหลายคนทำแล้วสวยขึ้น หน้าเปลี่ยนเลย เราเริ่มเสริชหาหมอเก่งๆ ข้อมูลต่างๆ รวมทั้งรพ.หรือคลีนิคและราคา

แต่ ด้วยความที่ดิฉันกลัวมากกว่าอยากสวย และกลัวการหาหมอและต้องเจ็บตัวมากๆๆ เลยเงื่อนไขเยอะ 555 อย่างแรกคือ ต้องฉีดยาสลบเท่านั้น หมอที่ฉีดยาชาไม่เอาเด็ดขาดอ่ะค่ะ เพราะเคยอ่านกี่คนๆก็บอกว่าเจ็บปวดรวดร้าวน้ำตาเล็ดกันมาก ดังนั้นเงื่อนไขดิฉันคือ

1. ต้องยาสลบเท่านั้น ยาชาไม่เอา หมอไหนเก่ง ทำสวย ราคาดีแค่ไหน ถ้าฉีดยาชาตัดช้อยส์ทิ้ง
2. ราคา ต้องไม่เกิน 30,000 ยิ่งถูกยิ่งดี แต่ไม่ควรจะต่ำกว่า 10,000 เพราะราคาต่ำมากๆรู้สึกไม่ปลอดภัยกับเกรดของซิลิโคนและฝีมือหมอ (อันนี้ความรู้สึกเฉพาะตัวนะคะ อาจจะไม่ใช่ fact ก้อได้)
3. หมอและคลีนิคหรือรพ.ต้องมีชื่อระดับนึง ไม่กล้าเสี่ยงกับคลีนิคโนเนมใหม่ๆ
4. ถ้าเป็นไปได้ขอเลือกรพ.มากกว่าคลีนิค เพราะรู้สึกปลอดภัยกว่า แต่ก็ไม่สำคัญมาก
5. ใกล้บ้าน เดินทางสะดวก รวมทั้งรอคิวเป็นชาติ นัดล่วงหน้านานๆก็ไม่เอา
555 บอกแล้วเงื่อนไขเยอะโครต

จากที่อ่านรีวิวต่างๆ คุณหมอและรพ.หรือคลีนิคที่พอจะลงตัวก็คือ คุณหมอเกมส์และคุณหมอกิตติศักดิ์ แต่ด้วยความที่เลอลักษณ์ใกล้บ้านมวาก เลยเลือกหมอท่านหลัง (ตัดสินใจอะไรได้ง่ายดีเนอะ ฮ่าๆ)

อยู่มาวันนึงในสัปดาห์ที่แล้ว เราจึงลองโทรสอบถามที่รพ.เลอลักษณ์ น้องโอ (เปอเรเตอร์) ก็แจ้งราคาและแจ้งว่าคุณหมอท่านนี้ราคาซิลิโคนอเมกาคือ 17900 ซิลิโคนเกาหลี สองหมื่นกว่า คุณหมอกิตติศักดิ์จะแพงกว่าคุณหมอท่านอื่นเพราะดังที่สุด

เราก็ถามว่าต้องนัดคิวล่วงหน้าใช่ไหม น้องโอตอบว่าต้องนัดล่วงหน้าค่ะคุณหมอคิวเยอะ อิชั้นก็ถามไปว่าวันนี้เลยไม่ได้ใช่ไหมคะ (ในใจคิดว่าเอาวะถ้าวันนี้ได้ก็ทำๆมันไปเลย ขืนนัดล่วงหน้าอิชั้นปอดแหกเปลี่ยนใจแน่) น้องโอตอบว่าเดี๋ยวเช็คก่อนแล้วโทรกลับนะคะ ซักพักน้องโทรมาบอกว่าพี่เข้ามาตอน 6 โมงเย็นได้เลยค่ะ

ขั้นตอนการทำ
เราไปถึงรพ.ประมาณ 5 โมงครึ่ง รพ.นี้สวยมากๆค่ะ ใครเคยดูเรื่องแรงเงาคงนึกออก เหมือนวังโบราณๆหรือรีสอร์ตสวยๆมากกว่ารพ. ขึ้นไปชั้น 2 จะมีเค้าเตอร์ลงทะเบียน มีสาวๆนั่งรอกันอยู่เต็ม จนท.ก็ให้ยื่นบัตร ซักพักก็มาอธิบายและเอาซิลิโคนให้จับเปรียบเทียบว่าเลือกของอเมริกา (แข็งและถูกกว่า) หรือเกาหลี (นิ่มและแพงกว่า) แน่นอนอิชั้นเลือกของถูก 555

หลังจากนั้นซัก 5 นาที ก็มีจนท.มาเรียกชื่อประมาณ 5 คน พร้อมทั้งนำให้ขึ้นไปจ่ายเงินพร้อมกันที่ชั้นลอย ขึ้นทางบันไดที่มุนินทร์ตบกับนพนภาน่ะค่ะ หุหุ
ไปถึงเค้าเตอร์จ่ายเงิน แคชเชียร์จะเรียกชื่อทีละสองคนไปจ่ายเงินพร้อมกัน (เพื่อ?) เพื่อให้เร็วมั้ง แต่อิชั้นว่ามันเสียความเป็นส่วนตัวนะคะ คนที่เรียกไปพร้อมกันจะทำนมทำปากอะไรรู้กันหมดเลย เพราะรู้ราคา
จ่ายเงินเสร็จก็รอเรียกไปรับยา จะได้ยาแก้อักเสบ (Amoxy) ยาลดบวม พารา และแผ่นประคบเย็น 3M พร้อมใบแนะนำการปฏิบัติตัวหลังเสริมจมูก

หลังจากนั้นก็เคลื่อนตัวไปรอห้องข้างๆ จนท.จะเรียกไปทีละสองสามคน ไปถ่ายรูป หน้าตรง เอียง 45 เอียง 90 คนที่ถ่ายก็นั่งถ่ายไป อีกสองสามคนที่ถูกเรียกมาก็นั่งมองคนถูกถ่ายกันไป มันเขินๆน่ะ ณ จุดนี้ ไม่เข้าใจอีกครั้งว่า เรียกมานั่งรอทำไมกันในห้อง เรียกเข้าห้องทีละคนก็ได้มั้ง เพราะทุกคนก็รอกันอยู่ข้างหน้า

ขั้นตอนตั้งแต่ลงทะเบียน จ่ายเงิน รับยา ถ่ายรูป นี่เร็วค่ะ เรามาถึง ห้าโมงครึ่ง น่าจะไม่ถึงชั่วโมงก็เสร็จ หลังจากนี้สิ นานโคตร
คือตอนแรกที่โทรศัพท์มาและน้องโอบอกว่านัด 6 โมง ในใจอิชั้นคาดได้ว่า หกโมงชั้นได้ลงทะเบียน พบหมอ ตรวจ ซักทุ่มน่าจะเสร็จ อะไรประมาณนั้น ไม่ได้คาดการณ์ว่า เป็นการนัดคร่าวๆและคนจะเยอะขนาดนั้น โดยเฉพาะคนที่มาเสริมจมูกกับคุณหมอท่านนี้ เยอะมากกกก ดังนั้น 6 โมงคงไม่ใช่นัดของคนไข้คนเดียวแต่เป็นล็อตๆแน่เลยเดาเอา

เวลาผ่านไปประมาณหนึ่งทุ่มได้ พยาบาลก็มาเรียกชื่อคนไข้ประมาณ 5-6 คน ให้มายืนเข้าแถวกัน เดินตามบุรุษพยาบาลขึ้นไปชั้น 3 นี่คือคนไข้ของหมอกิตติศักดิ์หมดเลย อิชั้นเริ่มนึกในใจ แม่จ้าว ล็อตแรกไม่มีชื่อชั้น ชั้นจะเสร็จกี่โมงฟระเนี่ย

ไหนๆก็ไหนๆ เม้นอีกจุดเหอะ ทำไมต้องขานชื่อให้เดินเรียงแถวกันเหมือนเด็กๆเนี่ย เรียกทีละคนให้เขาขึ้นไปเองก็ได้อ่ะมั้ง

เวลาผ่านไปประมาณซักชั่วโมงได้มั้ง ตอนนั้นใกล้ 2 ทุ่มละ พยาบาลก็มาขานชื่อคนไข้ล็อตต่อมาอีก 5 คน ซึ่งเป็นล็อตสุดท้ายของวันละ เรามีชื่อเป็นคนสุดท้าย ก็คงทำเป็นคนสุดท้ายสินะ แง เอาน่า ถือว่าขอคิวเขาได้วันนี้ก็เร็วมากละนะ พยายามปลอบใจตัวเองกันไป

บุรุษพยาบาลพาขึ้นชั้น 3 พาไปที่ห้องเปลี่ยนเสื้อ ทุกคนต้องสวมเสื้อคลุมรพ.สีฟ้าๆ สวมทับเสื้อผ้าตัวเองไปเลย ใส่หมวกคลุม และล้างหน้าด้วยสบู่ตรงเค้าเตอร์ (ซึ่งมันเหม็นแอลกอฮอล์มากๆ) สาวๆ 4-5 คนก็ต้องทำอะไรรวมๆกันอยู่ในอิห้องน้ำนี่ บอกแร้วว่ารพ.นี้ช่างไม่มีความไพรเวซี่อะไรเลย
หลักจากนั้น ทุกคนก็ถูกต้อนให้เข้ามานั่งในห้องพักฟื้น ห้องรอ หรือเรียกห้องอะไรดี ซึ่งไม่ใหญ่มาก มีโซฟา เก้าอี้ แมกกาซีนดาราต่างๆ และทีวีที่เปิดช่องสาม หนึ่งเครื่อง คนที่กำลังรอขึ้นเขียงทุกคนต้องรอห้องนี้ รวมทั้งล็อตที่ทำเสร็จ พยาบาลก็จะอันเชิญมานั่งพักห้องนี้เช่นกัน

พยาบาลจะเข้ามาเรียกชื่อทีละ 2 คนให้ออกไป เราก็นั่งมองคนที่ออกไปทีละคนๆ กว่าจะถึงคิวเราซึ่งสุดท้าย ก็ประมาณ สามทุ่มกว่า เราทำเสร็จเกือบๆสี่ทุ่ม ดังนั้น ใช้เวลาทั้งสิ้น หกโมงถึงสี่ทุ่ม ก็ประมาณ 4 ชม. เวลาจะใช้ไปกับการรอ เพราะคุณหมอทำประมาณ ครึ่งชม.เอง

มาถึงขั้นตอนการทำจมูกนะคะ

พยาบาลจะให้เรานอนรอคุณหมอ พอคุณหมอมา หน้าตายิ้มแย้มมาเชียว แม้ว่าน่าจะเหนื่อยมาก ถามว่าอยากได้แบบไหน เราก็แบบ โนไอเดียอ่ะ ก็ตอบไปว่า ยังไงก็ได้ค่ะ (เริ่มเรื่องน้อยเนอะ) คุณหมอก็ตอบว่า โอเค งั้นเอาสวยๆหมอดูให้เข้ากับหน้าเนอะ พูดไปก็เอาปากกามาขีดๆเขียนๆที่จมูกเรา พยาบาลก็เอาสายมารัดแขนกันดิ้น หาเส้น แล้วก็จิ้มยาสลบ เจ็บนิดนึงค่ะ ไม่ถึง 20 นาที เราหลับละ

ฟื้นมาอีกที รู้สึกหมอบีบๆนวดๆสันจมูก และเย็บๆแผลตรงปีกจมูกด้านขวา ไม่เจ็บเลยค่ะเพราะยังมียาชาอยู่ พอฟื้น พยาบาลก็พามาที่ห้องพัก นั่งรอพอหายมึนซักครู่ก็กลับบ้านได้
ตอนขับรถกลับบ้าน ยาชาเริ่มหมดฤทธิ์ ตอนนั้นแหละเริ่มเจ็บตรงแผลเย็บด้านขวา

ความทรมานและสภาพหน้า

-ตอนทำ ไม่เจ็บเลย ใครๆก็บอกไม่เจ็บ ถ้าฉีดยาสลบนะ ยาชานี่ได้ยินว่าเจ็บไปถึงทรวง บางคนร้องไห้เลย
-หลังทำ เจ็บแผลเย็บ ตึงๆตรงจมูก
-คืนแรก เจ็บปวดรวดร้าวมาก แถมต้องนอนหงาย หมอนสูง (หนึ่งสัปดาห์) เราชินกับการนอนตะแคง ทรมานมาก นอนไม่หลับเลย
-วันที่สอง วันที่สาม หน้าบวม โดยเฉพาะใต้ตา และหัวตา โหนกคิ้ว แฟนบอกเหมือนปลาฉลาม เอ่อ ขอบใจนะ
-วันที่สี เริ่มยุบ ยิ่งถ้าประคบเย็นมากๆจะยุบเร็ว แต่จะยังเขียวๆที่หัวตาอีกสองสามวัน
-วันที่ห้า หก เจ็ด สันจมูกยังบวมเล็กน้อย หัวตาแถวๆสันจมูกยังมีรอยเขียวๆ ตรงจมูกยังเจ็บถ้าโดน แต่เบาบางลงกว่าวันแรกๆ

ดังนั้นถ้าใครเตรียมลางาน หรือหลบหน้าผู้คน 555 รู้สึกหมอจะเขียนใบรับรองแพทย์ให้ 7 วันนะคะ แต่ถ้าลาได้ไม่ถึง จริงๆเราว่าวันที่ 4-5 ก็ไปทำงานได้แล้วหล่ะ เพราะหน้ายุบแล้ว แต่อาจจะมีรอยเขียว ซึ่งคนทั่วไปบางคนก็ดูออก โดยเฉพาะคนที่เคยทำมา อาจจะมีถาม แต่คนทั่วไปหรือคนที่ไม่สังเกตคงดูไม่ค่อยออกอ่ะค่ะ ทําดั้ง