อยากให้ลูกจมูกโด่งต้องทำอย่างไร

จมูกโด่ง จมูกเด็กมักจะแบน และโตขึ้นมักตะโด่งขึ้นได้เองครับ แต่จะโด่งได้แค่ไหนขึ้นกับกรรมพันธุ์ด้วย พ่อแม่บางคนอาจใช้วิธีใช้มือบีบสันจมูกของลูก อย่าให้โด่ง แต่ส่วนตัวไม่ค่อยแนะนำ จะทำให้เด็กขาดหายใจ หายใจได้ไม่ถนัด”

ลูกคนโตน้ำหนักแรกเกิด 2 กิโลกรัมครึ่ง ปัจจุบันอายุ 1 ขวบ 10 เดือน หนัก 9 ก.ก. สูง 80 ซ.ม. อย่างนี้ถืออยู่ในเกณฑ์เด็กทั่วไปหรือไม่คะ

 

จมูกโด่ง

“น้ำหนักส่วนสูงพอใช้ได้ครับ แต่น้ำหนักแรกเกิดค่อนข้างน้อย จมูกโด่ง ทำให้น้ำหนักในปัจจุบันค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับเด็กอื่น ซึ่งปกติน้ำหนักเด็กจะเป็น 3 เท่าของแรกเกิดเมื่ออายุประมาณ 1 ขวบ ถ้าน้ำหนักแรกเกิด 2.5 กิโลกรัม น้ำหนักตอน 1 ขวบ จะเป็น 7.5 กิโลกรัม ต่อจากนั้นเพิ่มปีละประมาณ 2 กิโลกรัม แต่มีเด็กบางคนที่น้ำหนักแรกเกิดน้อย แต่เนื่องจากได้อาหารดี เด็กก็โตทัดเทียมกับเด็กที่มีน้ำหนักแรกเกิดมากได้ ขึ้นอยู่กับอาหารที่เด็กได้รับด้วยครับ”

ปกติจมูกของเด็กจะโด่งขึ้นเองไหมคะเมื่อเขาโตขึ้น คือลูกค่อนข้างสันจมูกเล็กค่ะ พ่อแม่ก็สันจมูกเล็กเหมือนกัน แต่อยากให้เขาจมูกโด่ง จะมีวิธีไหมคะ

“จมูกเด็กมักจะแบน และโตขึ้นมักตะโด่งขึ้นได้เองครับ แต่จะโด่งได้แค่ไหนขึ้นกับกรรมพันธุ์ด้วย ซึ่งตอนเด็กๆ จะดูเหมือนดั้งจมูกแบนเป็นธรรมดา แต่โตขึ้นก็จะค่อยๆ โด่งขึ้นเอง รอดูสักระยะไปก่อนก็ได้ครับ ถ้าเขายังเล็กอยู่ พ่อแม่บางคนอาจใช้วิธีใช้มือบีบสันจมูกของลูก อย่าให้โด่ง แต่ส่วนตัวไม่ค่อยแนะนำ จะทำให้เด็กขาดหายใจ หายใจได้ไม่ถนัด”

สังเกตว่าลูกจะมีอาการนอนกรนนิดๆ ค่ะ ไม่ถึงกับดังหรือยาว แต่ก็เป็นบ่อยครั้ง อยากทราบว่าการที่ลูกนอนกรนจะเป็นอันตรายต่อเขาหรือไม่ และเราจะสังเกตได้อย่างไรคะ ว่าเขานอนกรนปกติหรือผิดปกติ

“การนอนกรนในเด็ก เป็นปัญหาที่พบได้บ่อย ซึ่งในเด็กบางรายที่มีอาการรุนแรง หากไม่ได้รับการรักษาที่เหมาะสม อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง และเสียชีวิตได้ โดยเด็กที่นอนกรนเป็นประจำ ควรได้รับการซักประวัติหาปัจจัยเสี่ยงและอาการของภาวะการอุดกั้นของทางเดินหายใจส่วนบน และการตรวจรักษาเพื่อหาสาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะ OSA หรือ obstructive sleep apnea ซึ่งเป็นภาวะที่มีการอุดกั้นของทางเดินหายใจส่วนบน มักเกิดเวลานอนหลับ มีผลทำให้การแลกเปลี่ยนก๊าซออกซิเจนและคาร์บอนไดออกไซด์ผิดปกติ ทำให้เกิดภาวะพร่องออกซิเจนและคุณภาพของการนอนหลับเสียไป ซึ่งจะทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนต่างๆ ตามมา

…แนวทางการตรวจวินิจฉัยในเด็กที่นอนกรน ก็ต้องแยกโรคว่าเป็นภาวะที่เด็กนอนกรนแต่ไม่มีความผิดปกติอื่น หรือเป็นภาวะ OSA ซึ่งอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนตามมา โดยแพทย์จะถามประวัติการนอนกรน การนอนหลับ พัฒนาการ การเรียน และโรคประจำตัวของเด็ก และทำการตรวจร่างกายเพื่อตรวจหาความผิดปกติของทางเดินหายใจ ตรวจดูภาวะภูมิแพ้จมูก การติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจซึ่งอาจเป็นสาเหตุทำให้นอนกรนได้ เช่น ไซนัสอักเสบ ทอนซินอักเสบ ชั่งน้ำหนักและวัดส่วนสูงเพื่อประเมินการเจริญเติบโตของเด็ก

…สำหรับการตรวจ ก็มีตั้งแต่ เอ็กซเรย์ดูขนาดของต่อมอะดีนอยด์และทอนซิน ที่อาจมีผลต่อการอุดกั้นทางเดินหายใจส่วนบนได้ และในบางรายจำเป็นต้องรับตัวไว้ในโรงพยาบาลเพื่อตรวจการนอนหลับต่อเนื่องในเวลากลางคืนโดยตรวจดูระดับความเข้มข้นของออกซิเจนในเลือด ค่าคาร์บอนไดออกไซด์ในลมหายใจออก ด้วยการตรวจ pulse oximetry ซึ่งเป็นการตรวจคัดกรองเบื้องต้น จากการตรวจดังกล่าว แพทย์จะสามารถให้การวินิจฉัยโรค และเลือกการรักษาที่เหมาะสมกับผู้ป่วยได้ ซึ่งมีทั้งการใช้ยา หรือโดยการผ่าตัด สำหรับผู้ป่วยที่ตอบสนองต่อการรักษา จะเห็นผลโดยการนอนกรนเบาลงหรือหายไป และผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น จมูกโด่ง